[Payday] การตะลุยภารกิจแบบ Loud และ Stealth

0
480

อย่างที่ได้เกริ่นไปครั้งก่อนแล้วว่าใน Payday 2 นั้นได้เพิ่มรูปแบบการเล่นทั้ง Loud (ยิงสนั่นเมือง) และ Stealth (ปล้นเงียบ) มา แน่นอนว่าทั้งสองรูปแบบก็จะมีวิธีเล่นและการเตรียมตัวที่แตกต่างกันไป

Loud นั้นจะเป็นลักษณะการเล่นที่ง่ายกว่าในความยากระดับแรกจนถึงขั้นสูง ผู้เล่นจะได้เฮฮาไปกับตำรวจที่โคลนกันออกมายิ่งกว่าเกมวางแผนการรบ หยิบอาวุธมายิงได้ไม่ต้องเขียม มีเพลงมันส์ๆให้ฟัง ประมาณนั้น
ในขณะที่ Stealth จะมีลักษณะการเล่นที่ต้องวางแผนและกดดันมากกว่าเพื่อหลบเลี่ยงการถูกยามหรือประชาชนเห็นตัว การจัดอาวุธต่างๆก็จะเน้นให้คล่องตัว เงียบ ไม่เป็นที่สังเกตุและมีอุปกรณ์เสริมช่วยในการย่องแทนที่จะเป็นกระเป๋ายากระเป๋ากระสุน ระดับความยากในการเล่นก็จะค่อนข้างใกล้เคียงกันทั้งแบบง่ายสุดและแบบยากสุด ต่างกันแค่จำนวนยามที่ทำให้เสียเวลาเยอะขึ้น…

 


 

การเล่นแบบ Loud
“เพราะตำรวจรู้ว่าจะต้องมีปัญหาแน่ๆ พวกนายก็เตรียมปืนให้พร้อมแล้วก็แบกกระสุนไปให้พอล่ะ” — Bain
ในการเล่นรูปแบบนี้จะง่ายกว่าสำหรับการทำความเข้าใจและเพลินกว่า เนื่องจากผู้เล่นไม่ต้องกังวลกับระบบอะไรมากมาย สามารถเข้าถึงการเล่นได้ง่ายเหมือนเกมยิงทั่วไป ขอแค่ทำเป้าหมายให้เสร็จและรักษาทีมไม่ให้ตายกันหมดก็เพียงพอแล้ว
ปกติแล้วการเล่นแบบ loud จะเกิดขึ้นเมื่อศัตรูในเกมได้รับแจ้งสัญญาณเตือนภัยด้วยทางใดทางหนึ่ง เช่น โทรศัทพ์เรียก, กล้องจับความผิดปกติได้, เกมกำหนดให้สัญญาณดังตั้งแต่แรก ดังคำว่า “Call the army” ตัวละครในเกมจะถูกบังคับให้หยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่โดยอัตโนมัติเป็นการยุติรูปแบบเตรียมการเพื่อเข้าทำภารกิจแทนทันที ไม่ว่าจะเกิดด้วยความสมัครใจของผู้เล่นหรือความไม่ตั้งใจก็ตาม
หลักๆแล้วผู้เล่นจะต้องเอาตัวรอดจากการเจอตำรวจบุกถล่มอย่างไม่ขาดสาย และพยายามทำตามภารกิจต่อให้สำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขนของจำนวนมาก รอเวลาเจาะตู้เซฟหรืออื่นใดก็ตาม ดังนั้นเมื่อตัดสินใจว่าจะ go loud แล้ว ผู้เล่นควรเลือกอาวุธ ชุดเกราะและอุปกรณ์ที่เหมาะกับการบู๊ล้างผลาญมาโดยทันทีแบบไม่ต้องเขียม เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดได้จนจบภารกิจได้นั่นเอง

 


จุดเด่นๆในการเล่นแบบ loud นั้นจะอยู่ที่ตำรวจจะมีการบุกเป็นจังหวะ (phase) การแลกเปลี่ยนตัวประกัน (trade) การจับตัวประกันเพื่อถ่วงเวลา (stall), การล้มและเข้า custody (Down)
จังหวะในการบุกของตำรวจ
รูปแบบการบุกของตำรวจนั้นสามารถแบ่งเป็นช่วงๆได้ดังนี้
ช่วงพัก เพลงจะมีทำนองเบาๆ แถบสัญญาณเตือน assault ด้านบนขวาจะหายไป ผู้เล่นจะสามารถแลกเปลี่ยนตัวประกันได้เฉพาะในช่วงนี้หากมีใครถูกจับไป ตำรวจที่บุกมาจะมีจำนวนน้อยและเป็นหน่วยพิเศษเฉพาะ
ช่วงบุก เพลงจะเริ่มไล่ทำนองขึ้นโดยไล่จากการเริ่มต้นบุก(แถบ assault ยังไม่ขึ้น)ช่วงจังหวะจะเริ่มเร้าใจขึ้น และเข้าสู่ทำนองหลักเมื่อแถบ assault ปรากฎขึ้นมา เป็นช่วงที่ตำรวจจะบุกเราอย่างเต็มกำลัง เมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่งหรือผู้เล่นกำจัดตำรวจครบตามที่กำหนด ตำรวจจะปรากฎตัวน้อยลงก่อนจะกลับเข้าช่วงพักอีกครั้ง

การแลกเปลี่ยนตัวประกัน
เมื่อผู้เล่นคนใดคนหนึ่งล้มลงและคนอื่นไปช่วยไม่ทันจนถูกจับเข้า custody จะถือว่าเสมือนตายในเกมอื่น วิธีการช่วยออกมานั้นจะแบ่งเป็นสองแบบ แบบแรกคือรอเวลา (เฉพาะระดับ Normal, Hard) และแบบหลังคือการแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยผู้เล่นคนอื่นต้องทำการจับตัวประกันหรือสั่งให้ตำรวจยอมแพ้ และรอจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงพักเพื่อให้ Bain ทำการเจรจากับตำรวจเพื่อช่วยเหลือเพื่อนเราออกมา
TIP : หากผู้เล่นคนใดก็ตามเผลอฆ่าประชาชนทั่วไปในภารกิจนั้นๆ จะทำให้ระยะเวลาในการแลกเปลี่ยนของทุกคนนานขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ระวังในจุดนี้ด้วย

การจับตัวประกันเพื่อถ่วงเวลา
ในรูปแบบ stealth การจับตัวประกันนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการหนีหรือแจ้งตำรวจเฉยๆ แต่ในแบบ loud นั้น หากผู้เล่นมีตัวประกัน, ตำรวจที่ยอมแพ้, ตำรวจที่โดนเรากล่อมให้มาช่วยอยู่อย่างน้อย 1 คน จะทำให้ระยะเวลาของช่วงพักยาวนานขึ้น (30 วินาทีในระดับ Overkill ลงไป และ 10 วินาทีใน Mayhem ขึ้นไป) แม้จะดูเป็นตัวเลขที่เล็กน้อย แต่ในสภาพการเล่นจริงนั้น เป็นระยะเวลาที่นานพอที่ผู้เล่นจะทำอะไรได้เป็นอย่างมากทีเดียวล่ะ

การล้มและการเข้า custody
เมื่อผู้เล่นถูกยิงจนพลังชีวิตหมด ผู้เล่นจะล้มลง(Down)และยังสู้ต่อได้อีกซักพักหนึ่ง หากไม่มีใครมาช่วยก่อนเวลาหมดลง ผู้เล่นจะถูกจับเข้า custody หรือกรงขัง ทำอะไรไม่ได้อีกเลย ปกติแล้วผู้เล่นจะล้มได้ทั้งหมด 3 ครั้ง และในการล้มครั้งที่สาม หน้าจอของผู้เล่นจะเป็นสีเทา บ่งบอกว่านี่เป็นการล้มครั้งสุดท้ายแล้ว การล้มครั้งต่อไปจะทำให้เข้า custody ทันทีไม่มีโอกาสให้ช่วย อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งในการล้มนี้จะถูก reset กลับเป็น 0 ทันทีเมื่อผู้เล่นคนนั้นทำการใช้ Doctor Bag (กระเป๋าพยาบาลขนาดใหญ่) จึงเป็นการบอกกลายๆว่า ควรใช้กระเป๋ายาเมื่อล้มเกิน 2 ครั้งนั่นเอง
แต่ก็มีกรณียกเว้นที่ล้มแล้วไม่นับแต้ม down อยู่ นั่นคือการถูกตำรวจชนิดพิเศษที่เรียกว่า Taser ช๊อตจนล้ม (ไม่นับการโดนยิงจนล้ม สังเกตุได้จากถ้าถูกช๊อตจนล้มจะสู้ต่อไม่ได้เลย) หรือถูก Cloaker วิ่งเข้ามาเตะ, กระโดดเตะ ทั้งสามกรณีนี้จะถือว่าไม่นับแต้ม down สามารถโดนได้ไม่อั้น เดือดร้อนเพื่อนเฉยๆ

จุดที่เป็นอันตรายที่สุดในการเล่นแบบ loud คือตำรวจชนิดพิเศษ (Special Unit) ทั้งหลายที่จะเข้ามาถล่มเราให้เละเทะกว่าเดิม ในระดับที่ยากขึ้น ตำรวจพวกนี้ก็จะโหดขึ้นและมากันในจำนวนที่มากขึ้นด้วย


Shield โล่คงกระพัน
เป็นตำรวจที่จะถือโล่ขนาดใหญ่ สามารถกันกระสุนได้เกือบทั้งหมดในเกมถ้ายิงใส่โล่ พร้อมพยายามยิงสวนเราโดยที่เรายิงใส่แทบไม่ได้เลย
วิธีการตอบโต้ : ทำการวิ่งวนรอบๆระหว่างที่มันยืนอยู่กับที่และยิงใส่จากทิศอื่น, ใช้ปืน Sniper หรือปืนลูกซองที่มีกระสุนชนิด AP round ยิงทะลุโล่, ใช้อาวุธระเบิดโจมตี


Taser ปีกาจูตัวดำ
ศัตรูชนิดนี้จะใส่ชุดเกราะสีน้ำเงิน-ดำคาดสีเหลือง ความสามารถของมันคือการใช้ปืนไฟฟ้ายิงเข้าใส่เรา ทำให้เราขยับไม่ได้ ปืนจะ reload และยิงออกไปเอง ถ้าโดนช๊อตไปเรื่อยๆเราจะล้มลงรอโดนจับอย่างไร้ทางสู้ ระหว่างโดนช๊อตเราจะยังเล็งได้ แต่ปืนจะส่ายมากและยิงออกไปเองเรื่อยๆ หากกระสุนในแม๊กกาซีนหมดก็จบกัน
วิธีการตอบโต้ : ก่อนที่ Taser จะช๊อต จะมีสัญญาณชาร์จไฟฟ้าดังขึ้นมา ให้รีบมองหาตัวและกำจัดทิ้งให้ทัน หากไม่ทันให้รีบทำการชี้เป้า Taser และเรียกเพื่อนมาช่วยหากโดนช๊อตและฆ่าเองได้ไม่สำเร็จ
TIP : เมื่อโดน Taser ช๊อต กระสุนในแม๊กกาซีนจะถูก reload ทันที ทำให้สามารถใช้ reload ปืนที่โหลดนานๆเช่นปืนกลเบาหรือเครื่องยิงลูกระเบิด Piglet ให้เต็มในทันทีได้


Medic หมอผีปลุกศพ
แพทย์สนามจะมาพร้อมกับชุดสีแดงขาวที่เด่นเป็นสง่า unit ชนิดนี้จะทำการชุบชีวิตตำรวจคนอื่นๆที่ตายอยู่ใกล้ๆให้กลับมาเลือดเต็มอีกครั้ง ความสามารถในการชุบจะมีระยะเวลาใช้ซ้ำได้ทุกๆ 2 วินาที และจะชุบ Special Unit ก่อนตำรวจปกติเสมอ
วิธีการตอบโต้ : ยิง Medic ทิ้งก่อนเป็นอันดับแรก หรือกรณีที่จำเป็น ให้ฆ่าตำรวจกีกี๊ๆก่อนเพื่อถ่วงเวลา 2 วินาทีเอาไว้แทน


Sniper ลูกอีช่างส่อง
ความน่ากลัวของพลแม่นปืนนั้นอยู่ที่การยิงที่แม่นยำและรุนแรง รวมกับความที่ยิงทะลุเกราะของผู้เล่นได้ถ้าหนาไม่พอ พลแม่นปืนจะออกมาในตำแหน่งที่ตายตัวตาม script ของเกมสุ่มออกมา โดยปกติแล้วเมื่อถึงเวลาที่ sniper จะเกิด Bain จะทำการเตือนผู้เล่นให้รู้ตัว จุดสังเกตุอีกอย่างคือเลเซอร์สีแดงแจ๋ที่บอกตำแหน่งของมันเมื่อมันประจำที่แล้ว
วิธีการตอบโต้ : ฟังสัญญาณเตือนของ Bain และมองหาตำแหน่งของ sniper จากเลเซอร์สีแดง จากนั้นรีบกำจัดพวกมันก่อนที่จะได้รับความเสียหายมากเกินไป
TIP : พยายามอย่ารีบออกไปมองหา sniper เมื่อ Bain เตือน เนื่องจาก sniper สามารถยิงใส่เราได้ก่อนที่จะมาถึงตำแหน่งของมัน และเมื่อมันประจำตำแหน่งจะยิงซ้ำได้ทันที ในบางกรณีอาจจะกลายเป็นเราโดนยิงซ้ำสองนัดซ้อนจนล้มเอาง่ายๆได้


Bulldozer หมูป่าบ้าคลั่ง
เป็น unit ที่มีพลังชีวิตสูงมากพร้อมทั้งปืนที่ทรงพลัง เป็นศัตรูที่ไม่สามารถยิงหัวเพื่อทำ headshot damage ได้ แต่สามารถยิงทำลายหน้ากากที่หน้าเพื่อให้แตกออกได้ 2 ครั้ง เมื่อหน้ากากแตกแล้วจะสามารถยิงเข้าใส่ส่วนหน้าได้อย่างรุนแรงหลายสิบเท่า Bulldozer นั้นแบ่งออกเป็น 5 ชนิด
สีเขียว (Greendozer) ตัวระดับล่าง แต่มีพลังโจมตีที่สูงที่สุด ยิงช้าที่สุด
สีดำ (Blackdozer) ยิงเบาลงแต่รัวมากขึ้น จำนวนกระสุนเยอะขึ้น
ตัวลายหมอกควัน (Skulldozer) ซึ่งจะปรากฎในระดับ Deathwish เท่านั้น ใช้อาวุธเป็นปืนกลเบาแทน มาพร้อมกระสุนมหาศาลและพลังโจมตีที่มากมายต่อเนื่อง
แมวน้ำ (Zealdozer) ปรากฎตัวในระดับ Own Down เท่านั้น กล่าวโดยสรุปคือ Greendozer เปลี่ยนสีก็เป็นได้ ถึงจะมีหลายแบบก็เถอะ…
ผีไร้หัว (Titandozer) จะมีเฉพาะในฉาก Safehouse Nightmare และ Labrat เท่านั้น โดยรวมจะเหมือนกับ Skulldozer แต่ไม่มีหัวแทน ทำให้ต้องสู้ด้วยการยิงมันธรรมดาจนกว่าจะตายเท่านั้น
วิธีการตอบโต้ : ชี้ตำแหน่งของ Bulldozer เพื่อเตือนเพิ่มร่วมทีม ทำการยิงหน้ากากของมันให้แตกเพื่อที่จะได้ยิงเข้าส่วนหน้าโดยตรงได้เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด
TIP : Bulldozer สามารถวิ่งใส่ผู้เล่นได้ ควรมองหาตำแหน่งหลบสำรองไว้เสมอเมื่อเจอ Bulldozer


Cloaker หวอนรก
ศัตรูชนิดนี้เป็นตัวอันตรายที่สุดในเกมสำหรับผู้เล่นทั่วไปก็เป็นได้ ความสามารถของมันคือความว่องไวน้องๆผู้เล่นใส่ชุดสูทวิ่ง การโยกหลบพร้อมปาระเบิดควันพรางตา และสุดยอดไม้ตาย วิ่งเปิดหวอมาเตะให้ล้มทันที นอกจากนี้มันยังชอบที่จะแอบซุ่มดักเตะผู้เล่นตามจุดต่างๆมากกว่าจะออกมายิงใส่ตรงๆอีกด้วย
วิธีการตอบโต้ : Cloaker ไม่สามารถวิ่งมาเตะผู้เล่นได้หากมีสิ่งกีดขวางอยู่ระหว่างผู้เล่นกับมัน แม้จะเป็นแค่ม้านั่งง่อยๆอันเดียวก็ตาม เมื่อมันทำการวิ่งมาเตะจะมีเสียงเตือนดังสนั่น ให้รีบหามันและกำจัดให้ทัน
TIP : พยายามอย่าอยู่ใกล้ Cloaker มากเกินไปแม้จะมีสิ่งกีดขวางก็ตาม นอกจากวิ่งมาเตะแล้วมันยังกระโดดเตะให้ล้มได้อีกด้วย การกระโดดเตะจะทำให้มันไม่เสียเวลาทุบเป้าหมาย และอาจจะทำให้เพื่อนที่มาช่วยเจอลูปนรกเตะซ้ำยกทีมได้
TIP : เมื่อผู้เล่นอยู่ใกล้กับ Cloaker ในระยะหนึ่ง จะได้ยินเสียงสัญญาณรบกวนเหมือนทีวีภาพล้ม ทำให้สามารถรู้ได้ว่ามีไอ้หวอบ้านี่อยู่ใกล้ๆแม้จะยังไม่เห็นตัว


SWAT Van รถตู้สู้สิบทิศ
รถตู้หุ้มเกราะนี้พบเห็นได้ทั่วไป แต่อันตรายจริงๆคือการที่มันมาพร้อมกับป้อมปืนในบางครั้งด้วย เจ้าป้อมปืนนี้จะระดมยิงอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ยาวนานจนกว่ากระสุนจะหมดหรือโดนถล่มจนพังนั่นแหละ แม้มันจะไม่ได้ยิงแรงขนาดลงไปดิ้น แต่การที่มีป้อมปืนเหล่านี้อยู่นั้น จะทำให้เลือดของผู้เล่นโดนตอดให้หายไปอย่างรวดเร็ว
วิธีการตอบโต้ : หาที่กำบัง! การสู้กับป้อมปืนเป็นอะไรที่เสียเวลาและกระสุนมาก หากจำเป็นจริงๆให้ผู้เล่นทำการยิงใส่โล่ที่ด้านหน้าของป้อมปืนเสียก่อน เมื่อโล่แตก ป้อมปืนจะถอยกลับลงไปซ่อมแซมโล่และกลับมาใหม่ หากทำลายครบสามครั้ง มันจะไม่ถอยและเผยให้เห็นเลนส์ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดอ่อน เมื่อยิงเลนส์นี้จนถึงที่กำหนดแล้ว ป้อมปืนก็จะถูกทำลายลงไป
TIP : ผู้เล่นสามารถใช้ ECM Jammer เพื่อเปลี่ยนให้ป้อมปืนมาช่วยเรายิงตำรวจได้จนกว่า ECM จะหมดเวลา
TIP : ป้อมปืนชนิดติดผนังจะมีในบางภารกิจ ป้อมชนิดนี้จะไม่มีการถอยเมื่อโล่พังทำให้บู๊กันได้ไวขึ้น
TIP : เมื่อเข้าใกล้ป้อมปืนเกินไป มันจะทำการปล่อยแก๊สน้ำตามาป้องกันตัว รวมถึงอาจจะมีระเบิดแสงตามมาด้วย


Captain Winter ได้เวลาถอยแบ้วววว
กัปตันคนนี้จะปรากฎตัวเวลาเล่นในแบบ online เท่านั้น และจะมีในฉากส่วนมาก ก่อนจะปรากฎตัวจะมีการประกาศเตือนผ่านโทรโข่งให้ผู้เล่นทราบ การมาของเขาจะทำให้ตำรวจล๊อคการบุกโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่มีการพักตามเงื่อนไขใดๆอีกจนกว่ากัปตันจะหนีไป และเมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ตำรวจจะทนต่อความเสียหายทุกชนิดมาก หน้ำซ้ำ พี่แกยังมาพร้อมกับหน่วย shield ขนาดพิเศษที่ใหญ่เบ้งไม่เกรงใจโจร ล้อมเป็นวงเหมือนกระทงอีกตะหาก
วิธีการตอบโต้ : กัปตันจะมีตำแหน่งตั้งป้อมตายตัวในแต่ละฉากเสมอ ทำให้ผู้เล่นที่เคยสู้แล้วสามารถไปเตรียมตัวรอเชือดได้ง่ายขึ้น ตัวกัปตันและลิ่วล้อเองแพ้ระเบิดทุกชนิดเป็นอย่างมาก การจัดระเบิดใส่ซัก 3-4 ลูกนั้นสามารถทำให้กัปตันชิ่งกลับไปกินโดนัทต่อได้อย่างรวดเร็ว
TIP : บางด่านที่ assault ไม่มีวันจบเช่น White Xmas นั้น หากกัปตันปรากฎตัวหลังจากที่การ assault ครั้งที่สองที่ไม่มีวันจบเริ่มขึ้น จะทำให้รูปแบบ assault กลับเป็นปกติ
TIP : เมื่อกัปตันล่าถอยไปหลังจากตั้งป้อมแล้ว จะทำให้ assault นั้นยุติลงทันที

ESCAPE!
ในภารกิจส่วนหนึ่งที่ต้องขึ้นรถหนีนั้น ถ้าไม่มีการซื้อ Expert Driver มา จะมีโอกาสที่จะเจอภารกิจเสริม Escape ได้ ไอ้เจ้าภารกิจนี้ก็จะเป็นดังชื่อคือผู้เล่นจะต้องหนีตำรวจอันเนื่องจากรถที่เราหนีโดนดักเล่นงานจนไปเดี้ยงที่ไหนซักแห่ง ทำให้ตำรวจกรูเข้ามาล้อมพวกเราได้ ก็ต้องเสียเวลารอ Bain เรียกกำลังเสริมมารับตัวพวกเราไป ในขณะเดียวกันพวกเราก็ต้องตั้งป้อมกันสุดๆไม่ให้โดนตำรวจซิวไปซะก่อน
ตัวภารกิจ Escape ก็มักจะเป็นการปกป้องของที่ขโมยได้เพื่อรอสัญญาณการหนีอีกครั้ง (ยกเว้น Garage ที่ไม่ต้องรอ วิ่งแข่งกับเวลาได้เลย) แต่จะต่างกับด่านทั่วไปตรงที่เมื่อสัญญาณการหนีมาถึงจะขึ้น Point of no Return ซึ่งแปลได้ง่ายๆว่า “พลาดไม่ได้แล้วนะว้อย” ทุกคนที่ไม่ได้เข้า custody ต้องอยู่ใน escape zone ให้ทันก่อนที่เวลาจะหมดลง ไม่งั้นก็ fail กันยกทีมนะเอ้อ
*ความชั่วร้ายของ escape คือการที่จำนวนกระเป๋าของฉากที่เล่นจบก่อน escape จะคิดตามจำนวนที่เราเอาหนีติดตัวไปสำเร็จเท่านั้น ทำให้บางครั้งที่ผู้เล่นถูกกดดันจนเก็บกระเป๋าหนีไม่ครบ ก็จะอดรางวัลบางส่วนไปด้วย*


อันที่จริงแล้ว ในการเล่นแบบ loud นั้น ถ้าไม่นับภารกิจก็จะคล้ายกับเกมยิงแบบตั้งป้อมทั่วไป ที่ผู้เล่นต้องพยายามเอาตัวรอดให้ได้ระหว่างรอทำเป้าหมายให้สำเร็จ มีภารกิจน้อยมากที่ผู้เล่นจะได้เดินไปยิงไปเป็นระยะทางไกลๆ ผู้เล่นจึงควรหาที่กำบังหรือจุดที่เหมาะสมในการตั้งรับระหว่างรอภารกิจผ่านไป รวมถึงการแบ่งปันอุปกรณ์เสริมอย่างกระเป๋ายาหรือกระเป๋ากระสุนให้เพื่อนร่วมทีมใช้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ แม้ศัตรูที่ตายจะมีกระสุนให้เก็บแต่บางครั้งมันก็ไม่เคยจะพอ แน่นอนว่าผู้เล่นเองก็ต้องช่วยกันทำภารกิจให้ผ่าน หากต้องขนของจำนวนมาก การช่วยกันแบกแทนที่จะให้คนที่เล่นไม่เก่งแบกคนเดียวก็ย่อมทำให้เกมเล่นง่ายขึ้นเช่นกัน

 


การเล่นแบบ Stealth
“อย่าให้สัญญาณเตือนภัยดังล่ะ ถ้ามันดังขึ้นมาชั้นจะลากคอพวกนายออกมาเลยคอยดู” — Bain
การเล่นแบบย่องจะต่างกับ loud โดยสิ้นเชิง ผู้เล่นจะต้องปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อให้มีค่าความเด่น (Detection Risk) ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใช้ปืนที่ติดที่เก็บเสียง และไม่ใส่เกราะหนาเทอะทะ ไม่เช่นนั้นการย่องอาจจะโดนจับได้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ย่องเอาง่ายๆ เป้าหมายในแต่ละฉากส่วนมากจะเปลี่ยนไปเป็นการค่อยๆเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไปปล้นสิ่งที่ต้องการ และแม้จะเป็นการย่องเงียบ แต่เกมก็อนุญาติให้ผู้เล่นฆ่าตำรวจหรือจับตำรวจ ทุบของนู่นนี่ได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ไม่ทำให้สัญญาณเตือนภัยดัง…


จุดที่สำคัญที่ควรทราบในการเล่น stealth คือการที่ยามรักษาความปลอดภัยจะมี Pager ติดตัวอยู่ เมื่อถูกฆ่าหรือสั่งให้ยอมแพ้ สัญญาณ Pager จะดังขึ้น บังคับให้ผู้เล่นต้องตอบเพื่อหลอกทางสำนักงานใหญ่ไปก่อน หากผู้เล่นไม่ทำการตอบ Pager, ยกเลิกระหว่างที่ยังตอบไม่เสร็จ หรือตอบ Pager เป็นครั้งที่ 5 จะทำให้สัญญาณเตือนภัยดังทันที!


ในระหว่างที่ย่องเงียบนั้น หากผู้เล่นถูกเห็นตัวหรือเป้าหมายเห็นสิ่งผิดปกติ จะปรากฎแถบ alert เตือนขึ้นมาเป็น ? สีฟ้า แถบนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหากเป้าหมายยังคงสังเกตุเห็นอยู่ เมื่อแถบนี้เต็มจะกลายเป็น ! สีส้มอันเป็นสัญญาณว่าเป้าหมายรู้ตัวแล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น หลังจากนั้นจะทำการโทรแจ้งตำรวจ (หรืออาจจะวิ่งหนีแตกตื่นร้องตะโกนกรณีเป็นประชาชน) ผู้เล่นสามารถทำการปิดปากยามที่รู้ตัวแล้วหรือสั่งให้ประชาชนหมอบลงได้เพื่อเอาตัวรอดได้
สิ่งผิดปกตินั้นประกอบไปด้วย กระจกที่ร้าวหรือแตก, กระเป๋าใส่ศพ/สิ่งที่ขโมยมา, ศพ, ประชาชนที่ถูกจับ/หมอบอยู่/แตกตื่น, กล้องวงจรปิดที่ถูกทำลาย

จากระบบการขึ้นเตือนนั้น ทำให้ผู้เล่นต้องเล่นแบบเสี่ยง รีบย่องผ่านเป้าหมายเป็นระยะๆแทนการรอไปเรื่อยๆเพื่อให้เป้าหมายเดินจากไป รวมกับการตัดสินใจที่จะกำจัดยามในจุดต่างๆให้สามารถย่องได้ง่ายขึ้น หรือกระทั่งกำจัดยามเฝ้าห้องกล้องวงจรปิดเพื่อหยุดกล้องทั้งหมดในภารกิจนั้นก็เช่นกัน ในภารกิจง่ายๆนั้นจะมียามรวมเท่ากับจำนวน pager 4 ครั้งพอดี ส่วนในภารกิจที่ยากขึ้นนั้นอาจจะมียามมากถึง 10 กว่าคนได้ บังคับให้ผู้เล่นต้องเลือกว่าจะกำจัดยามในจุดไหนให้ง่ายขึ้น หรือเก็บ pager ไว้ยามฉุกเฉิน

สิ่งที่ผู้เล่นจะได้เจอในการเล่นแบบ stealth ก็จะมีดังนี้

 


ประชาชน – ชาวบ้าน : พวกเขาเป็นคนเมืองที่เดินฉุยฉายไปมา เป็นศัตรูที่จะว่าอันตรายที่สุดก็เป็นได้ จะว่าง่ายที่สุดก็เป็นได้ โดยปกติแล้วประชาชนจะตรวจจับสิ่งต่างๆได้ช้า ไม่สนใจกระจกที่ร้าว กล้องที่พัง แต่บางครั้งก็จะรู้ตัวขึ้นมาแบบดื้อๆ bug กันอย่างงงๆซะงั้น ผู้เล่นสามารถสั่งให้ประชาชนหมอบได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ประชาชนที่หมอบจะไม่กล้าทำอะไรจนกว่าเวลาจะผ่านไปซักพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมาใหม่
วิธีการรับมือ : พยายามอย่าเข้าใกล้ประชาชนมากเกินไป ผู้เล่นสามารถมัดประชาชนแล้วสั่งให้เขาเดินตามไปยังจุดที่ลับสายตาได้

 


ยาม : พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ถูกจ้างมา พวกเขาจะเดินตรวจไปตามจุดที่กำหนดแบบสุ่มหรือมีการวนที่ตายตัวแล้วแต่ภารกิจ ยามแต่ละคนจะมี Pager ติดตัวอยู่เสมอ เมื่อถูกฆ่าหรือสั่งให้ยอมมันก็จะดังขึ้นมา ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรฆ่ายามเล่น หรือหากฆ่าก็ต้องตอบ pager ให้เรียบร้อยด้วย นอกจากนี้พวกเขายังมีปืนติดตัวด้วย หากปล่อยให้รู้สึกตัวและเห็นผู้เล่น อาจจะทำปืนที่ไม่มีที่เก็บเสียงดังเปรี้ยงปร้างรู้กันทั้งเมืองได้
วิธีการรับมือ : การ up skill six-sense ขั้นแรกมาจะทำให้ผู้เล่นสามารถชี้เป้ายามได้ ทำให้รู้ว่ายามคนนั้นอยู่ที่ไหนได้ชั่วคราวและวางแผนหลบหรือลอบฆ่าได้
TIP : ยามที่รู้ตัวแล้วและผู้เล่นไม่ทำการโจมตีหรือยามอยู่ด้านหลังผู้เล่น จะทำการค่อยๆเดินเข้ามาใส่กุญแจมือผู้เล่นคนนั้น ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอเพื่อนมาช่วยเท่านั้น ก่อนที่ยามคนนั้นจะทำการโทรแจ้งตำรวจต่อไป

 


กล้องวงจรปิด : ศัตรูที่อันตรายที่สุดในการย่องเงียบอันเนื่องจากการที่หากกล้องใดๆขึ้นสัญญาณ ! พร้อมส่งสัญญาณตื๊ดค้างเมื่อไหร่ แปลว่าการย่องครั้งนั้นพังเละเทะแล้วแน่นอนโดยไม่สามารถหยุดได้ด้วยวิธีการใดๆทั้งสิ้นอีก แต่ก็เป็นศัตรูที่มีการเพิ่มของแถบ alert ที่คงที่แน่นอนที่สุดในเกม ทำให้หากระวังตัวดีๆแล้ว ก็จะเป็นศัตรูที่ง่ายที่สุดในเวลาเดียวกัน
วิธีการรับมือ : กล้องวงจรปิดมีระยะการมองที่จำกัด และไม่ได้ยินเสียงใดๆ หากผู้เล่นมี skill Nimble ระดับ basic จะสามารถทำการวนลูปกล้องในระยะที่เอื้อมถึงเพื่อให้กล้องนั้นหยุดทำงานชั่วคราวได้ด้วย (สามารถหยุดได้ครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น) และ ECM Jammer ยังทำให้กล้องหยุดทำงานจนกว่าจะหมดเวลาอีกด้วย
TIP : ในระดับ Mayhem ขึ้นไป กล้องวงจรปิดเกือบทั้งหมดจะกลายเป็นกล้องชนิด Titan ซึ่งไม่สามารถทำลายได้ ต้องกำจัดยามเฝ้าห้องกล้องเท่านั้น
TIP : หากกล้องวงจรปิดถูกทำลายและมียามเฝ้าห้องกล้องในด่านนั้น ระบบจะสุ่มยามคนหนึ่งไปตรวจกล้องตัวนั้นเสมอ

 


เลเซอร์ : ในบางภารกิจ ผู้เล่นจะพบกับเลเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่จะขึงสลับไปมา หากผู้เล่นแตะโดนเลเซอร์นี้จะทำให้สัญญาณเตือนภัยดังอย่างไม่มีเงื่อนไขทันที
วิธีรับมือ : มองรูปแบบที่เลเซอร์จะขึงไปมาให้ออก จะมีรูปแบบหนึ่งที่เปิดให้เดินหรือคลานผ่านไปได้เสมอ, บางภารกิจอาจจะสามารถปิดเลเซอร์ได้ด้วยวิธีการต่างๆอีกด้วย

 


เครื่องตรวจจับโลหะ : บางภารกิจจะปรากฎเสาหรือซุ้มสำหรับตรวจจับโลหะที่ติดตัวอยู่ การเดินผ่านซุ่มหรือระหว่างเสาเหล่านี้จะทำให้เครื่องนั้นแหกปากสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ทำให้แตกตื่นกันโดยละม่อม
วิธีรับมือ : อย่าเดินผ่านซุ่มหรือระหว่างเสาเหล่านี้, บางด่านจะมีวิธีปิดหรือการซื้อของช่วยปิดสัญญาณ
สัญญาณเตือนภัยแบบปิดได้ : บางภารกิจนั้น กระจกในฉากจะเชื่อมกับสัญญาณเตือนภัย หากกระจกแตกจะทำให้สัญญาณเตือนภัยดังทันที ผู้เล่นจะสามารถปิดสัญญาณเตือนภัยได้ด้วย Keycard (Diamond Store) หรือตัดวงจรไฟ (The Diamond)
วิธีรับมือ : ห้ามทำกระจกแตกก่อนเวลาอันควรจ๊ะ

 


โดรน : เหมือนกล้องวงจรปิดทุกประการ แต่ปิดและทำลายไม่ได้ พบได้ในฉาก Murky Station เท่านั้น มันจะทำงานตามระยะเวลาอย่างตายตัว แต่จะสุ่มทิศทางซ้ายขวาที่จะเลื่อนไป
วิธีรับมือ : หลบใต้รถไฟหรืออยู่ให้ห่างจากโดรนที่กำลังทำงาน


อุปกรณ์เสริมในการเล่นแบบ stealth ที่สำคัญก็จะประกอบไปด้วย

ECM Jammer : เครื่องกวนสัญญาณ เมื่อติดตั้งจะทำให้โทรศัพท์และกล้องวงจรปิดใช้งานไม่ได้จนกว่าจะหมดระยะเวลา สามารถเดินผ่านกล้องได้อย่างสบาย หรือโทรให้ตายก็โทรไม่ติด เมื่อ up skill ECM overdrive ขั้น aced จะทำให้ใช้เครื่องนี้เปิดประตูไฟฟ้าบางชนิดได้ด้วย
Body Bag : กระเป๋าใส่ถุงเก็บศพ ผู้เล่นสามารถมาเก็บถุงเก็บศพเพิ่มเติมจากกระเป๋านี้ได้ใบละ 3 ชิ้น ทำให้การฆ่าปิดปากราบรื่นขึ้นเป็นอย่างมาก (ศพไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้หากไม่มีถุงเก็บศพอยู่)
Trip Mine (sensor mode) : เมื่อยามเดินผ่านเลเซอร์ของ trip mine ในรูปแบบนี้ ตัว trip mine จะทำการส่งเสียงเตือนดังๆให้กับผู้เล่น(ไม่มีผลใดๆกับศัตรูทั้งหมด)และชี้เป้ายามคนนั้นให้เหมือนกับผู้เล่นทำการชี้เป้าเอง ยามจะไม่เห็นว่า trip mine เป็นสิ่งผิดปกติซะงั้นอีกด้วย

 


หลังจากที่รู้จักศัตรูและอุปกรณ์ต่างๆแล้ว ก็จะมี tip เล็กๆน้อยๆสำหรับนักย่องเบามือใหม่เพื่อช่วยให้การจารกรรมทำได้ง่ายขึ้นดังนี้
– การก้มหมอบ จะทำให้เป้าหมายต้องใช้เวลาตรวจจับนานขึ้นสองเท่าเสมอ (และในระดับเทคนึงขั้นสูง จะมีการวิ่ง + กระโดด + หมอบเพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและโดนเสี่ยงเจอน้อยลง)
– ศัตรูที่ยังไม่ขึ้น ! นั้น เมื่อถูกโจมตีจะตายทันทีโดยไม่สนใจว่าจะมีพลังชีวิตเท่าไหร่ก็ตาม
– นับ pager ตลอดเวลาและตอบ pager ทุกครั้งเมื่อฆ่ายาม อย่าฆ่ายามเมื่อ pager ใช้ไปแล้วครบ 4 ครั้ง
– สิ่งที่จะขโมยนั้น ตราบใดที่ยังไม่ถูกเก็บใส่กระเป๋า จะไม่ทำให้ยามเห็นว่าผิดปกติแต่อย่างใด แม้ว่ากล่องมันจะโดนงัดหรือตู้เซฟมันจะเปิดโต้งๆก็ตาม ศัตรูจะสนใจแค่กระเป๋าที่ใส่ของแล้วของผู้เล่นเท่านั้นแหละ… (ยกเว้นคลังสินค้าใหญ่ในภารกิจ Shadow Raid)
– ของแต่ละชนิดจะหนักเบาแตกต่างกัน เครื่องเพชรเบาขนาดที่วิ่งเล่นชิวๆได้ แต่ขณะเดียวกันวัตถุโบราณนั้นหนักชนิดว่าเต่าเรียกพ่อ ผู้เล่นควรจะวางแผนดีๆก่อนจะทำการขนของต่างๆ
– เมื่อทำการแบกกระเป๋าหรือถุงที่มีศพใดๆติดตัวอยู่ ผู้เล่นจะถูกสังเกตุเห็นได้ง่ายขึ้นหลายเท่าตัว! แถบ alert จะขึ้นไวกว่าเดิมมาก
– ECM Jammer สามารถใช้เป็นของฉุกเฉินได้ตลอดเวลา เช่นกรณีที่กำลังขนของหนีแต่ยามดันเห็นซะก่อน ก็วางถ่วงเวลาสลับกันเรื่อยๆ หรือใช้วางเพื่อผ่านในจุดที่จำเป็นต้องผ่านกล้องนานพอที่กล้องจะร้องเตือน
– การเดินชนยามหรือเฉียดระยะประชิดจะทำให้ยามรู้ตัวทันทีว่าเราเป็นโจร แม้จะยังไม่ใส่หน้ากากก็ตาม ในขณะเดียวกัน หากใส่หน้ากากอยู่การเดินชนแบบเดียวกันก็อาจจะทำให้ประชาชนรู้ตัวทันทีเช่นกัน
– หากยังไม่ใส่หน้ากาก ประชาชนจะไม่มีทางรู้ตัวได้เลยแม้จะเดินชนก็ตาม แต่ยามและกล้องจะยังสังเกตุเห็นอยู่ แต่ในระดับที่ช้ามากๆ



ภารกิจต่างๆใน Payday 2 นั้นจะสามารถเล่นได้ทั้ง Loud และ Stealth แต่ทั้งนี้หมาจะขอยกเฉพาะด่านที่กำหนดรูปแบบ Stealth เพียงอย่างเดียวเพื่อป้องกันการผิดพลาด เนื่องจากการเล่นแบบ Stealth จำเป็นต้องจัดอุปกรณ์เฉพาะทางมากกว่า ทั้งนี้ ผู้เล่นสามารถตรวจสอบได้ว่าด่านไหนสามารถเล่น Stealth ได้บ้างจากการดูที่ด้านหลังชื่อด่าน ถ้ามีสัญลักษณ์รูปผีตัวเล็กๆเหมือน pacman อยู่แปลว่าด่านนั้นสามารถเล่นแบบ Stealth ได้ ยกเว้น…
Mall Crusher ที่สามารถแอบเนียน stealth ได้แบบงงๆ
Fire Starter Day 1 ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเล่น stealth ตั้งแต่แรก
Big Oil Day 2 สัญญาณเตือนภัยจะดังเสมอเมื่อเฮลิคอปเตอร์มาถึง

ภารกิจที่บังคับ Stealth เท่านั้น
Car Shop (ตอนจบสัญญาณเตือนภัยจะดังเสมอ)
Shadow Raid
Murky Station

ในครั้งต่อไปหมานิมก็จะมาอธิบาย skill ในแต่ละสายทั้ง 5 สายไล่ตามแต่ละ skill กันมาล่ะจ้า

Facebook Comments
SHARE
จิ้งจอกธรรมดาๆ 5 บาท บางคราวก็เป็นจิ้งจอกสามสลึงไม่เต็มบาทเท่าไหร่ อาจจะพบเห็นความผิดพลาดได้เป็นระยะๆก็แหย่ๆเตือนๆได้เต็มที่หงิง